สถานการณ์การผลิตและการตลาดรายสัปดาห์ 13-19 ธันวาคม 2562

 

ข้าว
 
สรุปภาวะการผลิต การตลาด และราคาในประเทศ
1.1 มาตรการสินค้าข้าว
1) แผนการผลิตและการตลาดข้าวครบวงจร ปีการผลิต 2562/63
มติที่ประชุม คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ครั้งที่ 1/2562 เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2562 เห็นชอบแผนการผลิตและการตลาดข้าวครบวงจร ปีการผลิต 2562/63 และมติที่ประชุม นบข. ครั้งที่ 2/2562 เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2562 เห็นชอบในหลักการตามแผนการผลิตและการตลาดข้าวครบวงจร ปีการผลิต 2562/63 ตามมติ
ที่ประชุมคณะอนุกรรมการกำกับติดตามแผนการผลิตและการตลาดข้าวครบวงจร เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2562
การดำเนินงานประกอบด้วย 5 ช่วง ดังนี้
ช่วงที่ 1 การกำหนดอุปสงค์ อุปทานข้าว ได้กำหนดอุปสงค์ 32.48 ล้านตันข้าวเปลือก อุปทาน 34.16 ล้านตันข้าวเปลือก
ช่วงที่ 2 ช่วงการผลิตข้าว ได้แก่
1.1) การกำหนดพื้นที่เป้าหมายส่งเสริมการปลูกข้าว เป้าหมาย รอบที่ 1 จำนวน 58.99 ล้านไร่
โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ประกาศพื้นที่เป้าหมายส่งเสริมการปลูกข้าวแล้ว เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2562 และ รอบที่ 2 จำนวน 13.81 ล้านไร่
1.2) การขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว เป้าหมาย รอบที่ 1 จำนวน 4.00 ล้านครัวเรือน และ รอบที่ 2 จำนวน 0.30 ล้านครัวเรือน
1.3) การจัดการปัจจัยการผลิต ได้แก่ โครงการผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ดี และควบคุมค่าเช่าที่นา
1.4) การปรับปรุงพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่ การจัดรูปที่ดินและปรับระดับพื้นที่นา
1.5) การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าว ได้แก่ (1) โครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่
(นาแปลงใหญ่) (2) โครงการส่งเสริมการผลิตและการตลาดข้าวพันธุ์ กข43 (3) โครงการส่งเสริมระบบเกษตรแบบแม่นยำสูง (4) โครงการส่งเสริมการผลิตข้าวหอมมะลิคุณภาพชั้นเลิศ (5) โครงการส่งเสริมการผลิตข้าวอินทรีย์ (6) โครงการรักษาระดับปริมาณการผลิตและคุณภาพข้าวหอมมะลิ (7) โครงการปรับเปลี่ยนระบบการผลิตข้าวในพื้นที่ลุ่มต่ำ 13 ทุ่ง
(8) โครงการปรับเปลี่ยนพื้นที่ไม่เหมาะสมกับการปลูกข้าวไปเป็นพืชอื่น (Zoning by Agri-Map) (9) โครงการส่งเสริม
การปลูกพืชหลากหลาย (10) โครงการปลูกพืชปุ๋ยสด และ (11) โครงการประกันภัยพืชผล
ช่วงที่ 3 ช่วงการเก็บเกี่ยวและหลังเก็บเกี่ยว ได้แก่ (1) โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ
รถเกี่ยวนวดข้าว และ (2) โครงการยกระดับมาตรฐานโรงสี กลุ่มเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชน เพื่อเพิ่มศักยภาพการเชื่อมโยงตลาดข้าวนาแปลงใหญ่
ช่วงที่ 4 ช่วงการตลาดในประเทศ ได้แก่ (1) โครงการเชื่อมโยงตลาดข้าวอินทรีย์และข้าว GAP ครบวงจร (2) โครงการรณรงค์บริโภคข้าวและผลิตภัณฑ์ข้าวของไทยทั้งตลาดในประเทศ และต่างประเทศ พ.ศ. 2563-2565
(3) โครงการประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมและสร้างการรับรู้ถึงคุณประโยชน์ของการบริโภคผลผลิตภัณฑ์น้ำนมข้าว
(4) โครงการรณรงค์บริโภคข้าวสาร Q และข้าวพันธุ์ กข43 ปีการผลิต 2561/62 (5) โครงการช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยว
และปรับปรุงคุณภาพข้าว (6) โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร (7) โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการในการเก็บสต็อก และ (8) โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือก
ช่วงที่ 5 ช่วงการตลาดต่างประเทศ ได้แก่ (1) การจัดหาและเชื่อมโยงตลาดต่างประเทศ (2) การส่งเสริมภาพลักษณ์และประชาสัมพันธ์ข้าว ผลิตภัณฑ์ และนวัตกรรมข้าว (3) การส่งเสริมพัฒนาการค้าสินค้ามาตรฐานและปกป้องคุ้มครองเครื่องหมายการค้า/เครื่องหมายรับรองข้าวหอมมะลิไทย และ (4) การประชาสัมพันธ์การบริโภคข้าวและผลิตภัณฑ์ของไทยทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ
2) โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2562/63 รอบที่ 1
มติที่ประชุม คณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2562 เห็นชอบในหลักการโครงการประกันรายได้เกษตรกร
ผู้ปลูกข้าว ปี 2562/63 รอบที่ 1 ภายในกรอบวงเงินงบประมาณ 21,495.74 ล้านบาท เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านราคาไม่ให้ประสบปัญหาขาดทุน ลดภาระค่าใช้จ่ายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาราคาข้าว และให้กลไกตลาดทำงานเป็นปกติ โดยดำเนินการในพื้นที่เพาะปลูกข้าวทั่วประเทศ ดังนี้
2.1) ชนิดข้าว ราคา และปริมาณประกันรายได้ (ณ ราคาความชื้นไม่เกิน 15%) โดยชดเชยเป็นจำนวนตันในแต่ละชนิดข้าว ดังนี้
ชนิดข้าว ราคาประกันรายได้ ครัวเรือนละไม่เกิน
(บาท/ตัน) (ตัน)
ข้าวเปลือกหอมมะลิ 15,000 14
ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ 14,000 16
ข้าวเปลือกเจ้า 10,000 30
ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี 11,000 25
ข้าวเปลือกเหนียว 12,000 16
กรณีเกษตรกรเพาะปลูกข้าวมากกว่า 1 ชนิด ได้สิทธิ์ไม่เกินจำนวนขั้นสูงของข้าวแต่ละชนิด เมื่อรวมกันต้องไม่เกินขั้นสูงของชนิดข้าวที่กำหนดไว้สูงสุด และได้สิทธิ์ตามลำดับระยะเวลาที่แจ้งเก็บเกี่ยวข้าวแต่ละชนิด
2.2) เกษตรกรผู้มีสิทธิได้รับการชดเชย เป็นเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2562/63 (รอบที่ 1) กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ปลูกข้าวระหว่างวันที่ 1 เมษายน - 31 ตุลาคม 2562 ยกเว้นภาคใต้ ระหว่างวันที่ 16 มิถุนายน 2562 - 28 กุมภาพันธ์ 2563
2.3) ระยะเวลาที่ใช้สิทธิขอชดเชย เกษตรกรสามารถใช้สิทธิระหว่างวันที่ 15 ตุลาคม 2562 -
28 กุมภาพันธ์ 2563 ยกเว้นภาคใต้ ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ - 31 พฤษภาคม 2563 โดยสามารถใช้สิทธิได้ตั้งแต่
วันที่เก็บเกี่ยวเป็นต้นไป ยกเว้นเกษตรกรที่เก็บเกี่ยวก่อนวันที่กำหนดให้ใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันเริ่มโครงการ
2.4) การประกาศราคาเกณฑ์กลางอ้างอิง คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการฯ ได้ประกาศราคาอ้างอิง งวดที่ 1 - 4 ทุก 15 วัน โดยจ่ายเงินครั้งแรก ในวันที่ 15 ตุลาคม 2562 สำหรับเกษตรกรได้รับสิทธิตั้งแต่วันที่เก็บเกี่ยว - 15 ตุลาคม 2562 สำหรับงวดที่ 5 เป็นต้นไป ได้ปรับการประกาศใหม่เป็นทุกวันศุกร์
(ทุก 7 วัน) เพื่อให้ราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงมีความสอดคล้องกับข้อเท็จจริงในช่วงที่เกษตรกรเก็บเกี่ยวและจำหน่ายข้าว
3) โครงการสนับสนุนต้นทุนการผลิตให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2562/63
มติที่ประชุม คณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2562 เห็นชอบในหลักการโครงการสนับสนุนต้นทุนการผลิตให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2562/63 ภายในกรอบวงเงินงบประมาณ 25,482.06 ล้านบาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกร และช่วยลดต้นทุนการผลิต โดยดำเนินการในพื้นที่เพาะปลูกข้าวทั่วประเทศ ดังนี้
3.1) กลุ่มเป้าหมาย เป็นเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2562/63 (รอบที่ 1) ประมาณ 4.31 ล้านครัวเรือน โดยจะได้รับเงินช่วยเหลือไร่ละ 500 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 20 ไร่
3.2) ระยะเวลาจ่ายเงินสนับสนุน ตั้งแต่ 1 สิงหาคม – 31 ธันวาคม 2562 ยกเว้นภาคใต้ ตั้งแต่
1 สิงหาคม – 30 เมษายน 2563
1.2 ราคา
1) ราคาที่เกษตรกรขายได้ทั้งประเทศ
ข้าวเปลือกเจ้านาปีหอมมะลิ สัปดาห์นี้ เฉลี่ยตันละ 13,291 บาท ราคาลดลงจากตันละ 13,490 บาท
ในสัปดาห์ก่อนร้อยละ 1.47
ข้าวเปลือกเจ้าความชื้น 15% สัปดาห์นี้ เฉลี่ยตันละ 7,633 บาท ราคาลดลงจากตันละ 7,808 บาท
ในสัปดาห์ก่อนร้อยละ 2.24
2) ราคาขายส่งในตลาดกรุงเทพฯ
ข้าวหอมมะลิ 100% ชั้น 1 (ใหม่) สัปดาห์นี้ เฉลี่ยตันละ 31,950 บาท ราคาทรงตัวเท่ากับสัปดาห์ก่อน
ข้าวขาว 5% (ใหม่) สัปดาห์นี้ เฉลี่ยตันละ 11,450 บาท ราคาสูงขึ้นจากตันละ 11,375 บาท ในสัปดาห์ก่อนร้อยละ 0.65
3) ราคาส่งออกเอฟโอบี
ข้าวหอมมะลิไทย 100% (ใหม่) สัปดาห์นี้ เฉลี่ยตันละ 1,097 ดอลลาร์สหรัฐฯ (32,857 บาท/ตัน) ราคาสูงขึ้นจากตันละ 1,093 ดอลลาร์สหรัฐฯ (32,829 บาท/ตัน) ในสัปดาห์ก่อนร้อยละ 0.36 และสูงขึ้นในรูปเงินบาทตันละ 28 บาท
ข้าวขาว 5% สัปดาห์นี้ เฉลี่ยตันละ 427 ดอลลาร์สหรัฐฯ (12,789 บาท/ตัน) ราคาสูงขึ้นจากตันละ 423 ดอลลาร์สหรัฐฯ (12,705 บาท/ตัน) ในสัปดาห์ก่อนร้อยละ 0.94 และสูงขึ้นในรูปเงินบาทตันละ 84 บาท
ข้าวขาว 25% สัปดาห์นี้ เฉลี่ยตันละ 420 ดอลลาร์สหรัฐฯ (12,580 บาท/ตัน) ราคาสูงขึ้นจากตันละ 416 ดอลลาร์สหรัฐฯ (12,495 บาท/ตัน) ในสัปดาห์ก่อนร้อยละ 0.96 และสูงขึ้นในรูปเงินบาทตันละ 85 บาท
ข้าวนึ่ง 5% สัปดาห์นี้ เฉลี่ยตันละ 421 ดอลลาร์สหรัฐฯ (12,610 บาท/ตัน) ราคาสูงขึ้นจากตันละ 413 ดอลลาร์สหรัฐฯ (12,405 บาท/ตัน) ในสัปดาห์ก่อนร้อยละ 1.93 และสูงขึ้นในรูปเงินบาทตันละ 205 บาท
หมายเหตุ : อัตราแลกเปลี่ยนสัปดาห์นี้ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ เท่ากับ 29.9519

2. สถานการณ์ข้าวของประเทศผู้ผลิตและผู้บริโภคที่สำคัญ
เวียดนาม
ภาวะราคาข้าวในสัปดาห์ที่ผ่านมาอยู่ในระดับค่อนข้างทรงตัวติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 5 ขณะที่เริ่มมีความ ต้องการข้าวเข้ามาบ้างแล้ว หลังจากรัฐบาลฟิลิปปินส์มีแนวโน้มที่จะยังไม่ระงับการนำเข้าข้าวในช่วงนี้ ทำให้ผู้ซื้อจากฟิลิปปินส์เริ่มสอบถามราคาและสั่งซื้อข้าวแต่จำนวนไม่มากนัก โดยราคาข้าวขาว 5% ยังคงอยู่ที่ตันละ 345 ดอลาร์สหรัฐฯ ใกล้เคียงกับตันละ 345-350 ดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่วงการค้าระบุว่า ในช่วงนี้ตลาดยังค่อนข้างเงียบเหงา เนื่องจากผู้ซื้อจากจีนหันไปซื้อข้าวจากกัมพูชาและเมียนมาที่มีราคาถูกกว่าข้าวเวียดนาม โดยในช่วงนี้ผู้ส่งออกกำลังเร่งส่งมอบข้าวตามสัญญาที่ทำไว้ก่อนหน้านี้ เพื่อส่งไปยังประเทศปลายทาง เช่น อิรัก คิวบา เป็นต้น
ทางด้านกระทรวงเกษตร (the Ministry of Agriculture and Rural Development; MARD) รายงานว่า ภาวะราคาข้าวเปลือกในเขตที่ราบลุ่มแม่น้ำโขงทางภาคใต้ของประเทศในช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เริ่มปรับตัวสูงขึ้นประมาณ 100-400 ดองต่อกิโลกรัม เนื่องจากอุปทานข้าวในตลาดมีปริมาณจำกัด ประกอบกับมีความต้องการ
นำเข้าข้าวจากต่างประเทศ โดยราคาข้าวเปลือกธรรมดาสายพันธุ์ IR50404 อยู่ที่ประมาณ 4,800-5,000 ดองต่อกิโลกรัม ขณะที่ข้าวเปลือกเจ้าคุณภาพสูงสายพันธุ์ IR5451 อยู่ที่ประมาณ 5,400 ดองต่อกิโลกรัม ทั้งนี้ คาดว่าราคาข้าวยังคงมีแนวโน้มขยับสูงขึ้นในเดือนธันวาคมนี้ เนื่องจากอุปทานข้าวมีจำกัด ขณะที่ความต้องการข้าวจากต่างประเทศยังคงมีอย่างต่อเนื่อง
กรมศุลกากร รายงานว่า ในเดือนพฤศจิกายน 2562 เวียดนามส่งออกข้าวประมาณ 365,352 ตัน และในช่วง 11 เดือน (มกราคม-พฤศจิกายน 2562) เวียดนามส่งออกข้าวแล้วประมาณ 5.8 ล้านตัน โดยปริมาณเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว
ที่มา: สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย
 
เมียนมา
สหพันธ์ข้าวเมียนมา (Myanmar Rice Federation) รายงานว่า ในช่วงประมาณ 2 เดือนแรกของ ปีงบประมาณปัจจุบัน (ตุลาคม 2562-กันยายน 2563) เมียนมาสามารถส่งออกข้าวและข้าวหักประมาณ 520,000 ตัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แบ่งเป็น ข้าวสารประมาณ 360,000 ตัน มูลค่าประมาณ 108 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ส่งไปยัง 40 ประเทศ) และข้าวหักประมาณ 160,000 ตัน มูลค่าประมาณ 42 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ส่งไปยัง 33 ประเทศ) โดยเป็นการส่งออกไปทางเรือบรรทุกสินค้าประมาณ 442,000 ตัน มูลค่าประมาณ 130 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มีตลาดหลักคือ สหภาพยุโรปและประเทศในแถบแอฟริกา และส่งออกทางแนวชายแดนไปยังตลาดจีน ประมาณ 81,000 ตัน มูลค่าประมาณ 21 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ในปีงบประมาณ 2561/62 เมียนมาส่งออกข้าวประมาณ 2.355 ล้านตัน มูลค่าประมาณ 709 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และในปีงบประมาณ 2560/61 เมียนมาส่งออกข้าวประมาณ 3.6 ล้านตัน ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 50 ปี
ที่มา: สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย
 
อินโดนีเซีย
กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) รายงานว่า ในปีการตลาด 2562/63 (มกราคม-ธันวาคม) คาดว่าจะมีผลผลิตข้าวสารประมาณ 36.8 ล้านตัน เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับจำนวนประมาณ 36.5 ล้านตัน ในปี 2561/62 เนื่องจากพื้นที่เก็บเกี่ยวเพิ่มขึ้น โดยในปี 2561/62 ผลผลิตข้าวได้รับความเสียหายจากภาวะภัยแล้งและมีปริมาณน้ำไม่เพียงพอ
สำหรับการเพาะปลูก และในช่วงนี้กำลังมีการเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวในฤดูการผลิตที่ 3 ของปี ซึ่งคาดว่าจะมีการเก็บเกี่ยวแล้วเสร็จประมาณปลายเดือนธันวาคมนี้
สำหรับการนำเข้าข้าวในปี 2562/63 คาดว่าจะมีประมาณ 1 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากจำนวน 400,000 ตัน
ที่คาดว่าจะมีการนำเข้าในปี 2561/62 นี้ ซึ่งการนำเข้าในช่วง 9 เดือนของปีนี้ (มกราคม-กันยายน) คาดว่าภาคเอกชน ได้นำเข้าข้าวแล้วประมาณ 400,000 ตัน
ในปี 2562 นี้ หน่วยงาน BULOG ได้ตั้งเป้าจัดหาข้าวประมาณ 1.8 ล้านตัน โดย BULOG จะรับซื้อข้าว และข้าวเปลือกเมื่อราคาข้าวในตลาดเท่ากับหรือต่ำกว่าราคาที่รัฐบาลกำหนดไว้ ซึ่งสำนักงานสถิติแห่งชาติ (BPS) รายงานว่า ราคาเฉลี่ยของข้าวเปลือกสด (the national average farm-level wet paddy prices) เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา
อยู่ที่ประมาณ 5,012 รูเปียห์ต่อกิโลกรัม หรือประมาณ 355 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ขณะที่ราคาเฉลี่ยของข้าวเปลือกแห้ง (average dry paddy prices) อยู่ที่ประมาณ 5,508 รูเปียห์ต่อกิโลกรัม หรือประมาณ 391 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน
ซึ่งราคาดังกล่าวสูงกว่าระดับราคาที่รัฐบาลตั้งไว้ ทำให้ BULOG จัดหาข้าวได้เพียงประมาณ 1.2 ล้านตันเท่านั้น
(ข้อมูล ณ วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562)
ขณะเดียวกัน BULOG ได้มีการกระจายข้าวไปยังตลาดต่างๆ ตามนโยบายรักษาเสถียรภาพราคาข้าว
ใน ประเทศด้วย ซึ่งข้อมูล ณ วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 BULOG กระจายข้าวแล้วประมาณ 470,283 ตัน ทำให้ ในขณะนี้ BULOG มีสต็อกข้าวคงเหลือประมาณ 2.2 ล้านตัน ซึ่งมากกว่าเป้าหมายของ BULOG ที่จะต้องรักษาสต็อกข้าวเมื่อสิ้นปีไว้ที่ 1.5-2 ล้านตัน
ที่มา: สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย


กราฟราคาที่เกษตรกรขายได้ข้าวเปลือกเจ้าความชื้น 15% และราคาขายส่งตลาด กทม. ข้าวสารเจ้า 5%
 
 


ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

1. สรุปภาวะการผลิต การตลาด และราคาในประเทศ
ราคาข้าวโพดภายในประเทศในช่วงสัปดาห์นี้ มีดังนี้

ราคาข้าวโพดที่เกษตรกรขายได้ความชื้นไม่เกิน 14.5% สัปดาห์นี้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 7.90 บาท เพิ่มขึ้นจากกิโลกรัมละ 7.81 บาท ของสัปดาห์ก่อนร้อยละ 1.15 และราคาข้าวโพดที่เกษตรกรขายได้ ความชื้นเกิน 14.5% สัปดาห์นี้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 6.22 บาท เพิ่มขึ้นจากกิโลกรัมละ 6.21 บาท ของสัปดาห์ก่อนร้อยละ 0.16
ราคาข้าวโพดขายส่งในตลาดกรุงเทพฯ ที่โรงงานอาหารสัตว์รับซื้อสัปดาห์นี้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 8.66 บาท ลดลงจากกิโลกรัมละ 8.73 บาท ของสัปดาห์ก่อนร้อยละ 0.80 และราคาขายส่งไซโลรับซื้อสัปดาห์นี้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 8.35 บาท ลดลงจากกิโลกรัมละ 8.38 บาท ของสัปดาห์ก่อนร้อยละ 0.36
ราคาส่งออก เอฟ.โอ.บี. สัปดาห์นี้เฉลี่ยตันละ 294.80 ดอลลาร์สหรัฐ (8,830 บาท/ตัน) ลดลงจากตันละ 295.25 ดอลลาร์สหรัฐ (8,868 บาท/ตัน) ของสัปดาห์ก่อนร้อยละ 0.15 และลดลง ในรูปของเงินบาทตันละ 38 บาท  
2. สรุปภาวะการผลิต การตลาด และราคาในต่างประเทศ
กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ คาดคะเนความต้องการใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของโลก ปี2562/63 มีปริมาณ 1,127.23 ล้านตัน ลดลงจาก 1,146.60 ล้านตัน ในปี 2561/62 ร้อยละ 1.69 โดยสหรัฐอเมริกา  สหภาพยุโรป และแคนาดา มีความต้องการใช้ลดลง สำหรับการค้าของโลกมี 172.33 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจาก 171.93 ล้านตัน ในปี 2561/62 ร้อยละ 0.23 โดยสหรัฐอเมริกา อาร์เจนตินา รัสเซีย และแอฟริกาใต้ ส่งออกเพิ่มขึ้น ประกอบกับผู้นำเข้า เช่น เม็กซิโก เวียดนาม อิหร่าน อียิปต์ จีน โคลอมเบีย ซาอุดีอาระเบีย มาเลเซีย โมร็อกโก ชิลี อิสราเอล บังกลาเทศ กัวเตมาลา บราซิล เคนยา และสหรัฐอเมริกา มีการนำเข้าเพิ่มขึ้น
ราคาซื้อขายล่วงหน้าในตลาดชิคาโกเดือนธันวาคม 2562 ข้าวโพดเมล็ดเหลืองอเมริกันชั้น 2 สัปดาห์นี้เฉลี่ยบุชเชลละ 386.48 เซนต์ (4,623 บาท/ตัน) เพิ่มขึ้นจากบุชเชลละ 375.60 เซนต์ (4,507 บาท/ตัน) ของสัปดาห์ก่อนร้อยละ 2.90 และเพิ่มขึ้นในรูปของเงินบาทตันละ 116 บาท


 


มันสำปะหลัง
 
สรุปภาวะการผลิต การตลาด และราคาภายในประเทศ
การผลิต
ผลผลิตมันสำปะหลัง ปี 2563 (เริ่มออกสู่ตลาดตั้งแต่เดือนตุลาคม 2562 – กันยายน 2563) คาดว่ามีพื้นที่เก็บเกี่ยว 8.91 ล้านไร่ ผลผลิต 31.474 ล้านตัน ผลผลลิตต่อไร่ 3.53 ตัน เมื่อเทียบกับปี 2562 ที่มีพื้นที่เก็บเกี่ยว 8.72 ล้านไร่ ผลผลิต 30.995 ล้านตัน และผลผลิตต่อไร่ 3.56 ตัน พบว่า พื้นที่เก็บเกี่ยว และผลผลิต สูงขึ้นร้อยละ 2.18 และร้อยละ 1.53 ตามลำดับ แต่ผลผลิตต่อไร่ลดลงร้อยละ 0.62 โดยเดือนธันวาคม 2562 คาดว่าจะมีผลผลิตออกสู่ตลาด 2.87 ล้านตัน (ร้อยละ 9.12 ของผลผลิตทั้งหมด)
ทั้งนี้ผลผลิตมันสำปะหลังปี 2563 จะออกสู่ตลาดมากในช่วงเดือนมกราคม – มีนาคม 2563 ปริมาณ 17.61 ล้านตัน (ร้อยละ 55.96 ของผลผลิตทั้งหมด)
การตลาด
เป็นช่วงต้นฤดูการเก็บเกี่ยว ผลผลิตยังออกสู่ตลาดไม่มากนัก สำหรับราคาหัวมันสำปะหลังสดมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น
ราคาที่เกษตรกรขายได้ทั้งประเทศประจำสัปดาห์ สรุปได้ดังนี้
ราคาหัวมันสำปะหลังสด สัปดาห์นี้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 2.00 บาท ราคาสูงขึ้นจากกิโลกรัมละ 1.97 บาท ในสัปดาห์ก่อน คิดเป็นร้อยละ 1.52
ราคามันเส้น สัปดาห์นี้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 5.34 บาท ราคาลดลงจากกิโลกรัมละ 5.37 บาท ในสัปดาห์ก่อน คิดเป็นร้อยละ 0.56
ราคาขายส่งในประเทศ
ราคาขายส่งมันเส้น (ส่งมอบ ณ คลังสินค้าเขต จ.ชลบุรี และ จ.อยุธยา) สัปดาห์นี้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 6.08 บาท ราคาทรงตัวเท่ากับสัปดาห์ที่ผ่านมา
ราคาขายส่งแป้งมันสำปะหลังชั้นพิเศษ (ส่งมอบ ณ คลังสินค้าเขต กรุงเทพและปริมณฑล) สัปดาห์นี้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 12.91 บาท ราคาสูงขึ้นจากกิโลกรัมละ 12.90 บาท ในสัปดาห์ก่อน คิดเป็นร้อยละ 0.08
ราคาส่งออก เอฟ.โอ.บี
ราคาส่งออกมันเส้น สัปดาห์นี้เฉลี่ยตันละ 233 ดอลลาร์สหรัฐฯ (6,979 บาทต่อตัน) ราคาทรงตัวเท่ากับสัปดาห์ก่อน (6,998 บาทต่อตัน)
ราคาส่งออกแป้งมันสำปะหลัง สัปดาห์นี้เฉลี่ยตันละ 453 ดอลลาร์สหรัฐฯ (13,568 บาทต่อตัน) ราคาทรงตัวเท่ากับสัปดาห์ก่อน (13,606 บาทต่อตัน)


 


ปาล์มน้ำมัน
 


อ้อยและน้ำตาล

1. สรุปภาวะการผลิต  การตลาดและราคาในประเทศ
รายงานการผลิตน้ำตาลทรายของโรงงานน้ำตาลทั่วประเทศ
          ศูนย์บริหารการผลิต สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ได้รายงานการเก็บเกี่ยวอ้อย และการผลิตน้ำตาลทรายประจำปีการผลิต 2562/63 ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2562 จนถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2562 ว่ามีอ้อยเก็บเกี่ยวเข้าโรงงานน้ำตาลไปแล้วจำนวน 8,860,931 ตัน แยกเป็นอ้อยสด 5,130,599 ตัน และอ้อยไฟไหม้ 3,730,332 ตัน ผลิตเป็นน้ำตาลได้ 725,386 ตัน แยกเป็นน้ำตาลทรายดิบ 633,229 ตัน  และน้ำตาลทรายขาว 92,157 ตัน ค่าความหวานของอ้อยเฉลี่ย 11.65 ซี.ซี.เอส. ผลผลิตน้ำตาลทรายเฉลี่ยต่อตันอ้อย 81.86 กก.ต่อตันอ้อย
 
2. สรุปภาวการณ์ผลิตการตลาดและราคาในต่างประเทศ         
รายงานผลผลิตน้ำตาลของอินเดีย
          สมาคมโรงงานน้ำตาลอินเดีย (ISMA) รายงานผลผลิตน้ำตาลในปี 2562/2563 เพียง ณ วันที่ 15 ธันวาคม 2562 อยู่ที่ 4.58 ล้านตัน ลดลงจาก 7.05 ล้านตัน ในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 35 โดยมีโรงงานจำนวน 406 โรงงาน ที่ดำเนินการผลิต ลดลงจาก 473 โรงงาน ในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากรัฐ Maharashtra และรัฐ Karnataka เปิดหีบอ้อยล่าช้า

 



 

 
ถั่วเหลือง
1. ภาวะการผลิต การตลาด และราคาภายในประเทศ
ราคาที่เกษตรกรขายได้เฉลี่ยทั้งประเทศ
ราคาถั่วเหลืองชนิดคละ สัปดาห์นี้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 17.63 บาท สูงขึ้นจากกิโลกรัมละ 16.50 บาท ในสัปดาห์ที่ผ่านมาร้อยละ 6.85
ราคาขายส่งในตลาดกรุงเทพฯ
ราคาขายส่งถั่วเหลืองสกัดน้ำมัน สัปดาห์นี้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 18.50 บาท ทรงตัวเท่ากับสัปดาห์ที่ผ่านมา
2. ภาวะการผลิต การตลาด และราคาในตลาดต่างประเทศ
ราคาในตลาดต่างประเท (ตลาดชิคาโก)
ราคาซื้อขายล่วงหน้าเมล็ดถั่วเหลือง สัปดาห์นี้เฉลี่ยบุชเชลละ 922.16 เซนต์ (10.29 บาท/กก.) สูงขึ้นจากบุชเชลละ 895.9 เซนต์ (10.03 บาท/กก.) ในสัปดาห์ที่ผ่านมาร้อยละ 2.93
ราคาซื้อขายล่วงหน้ากากถั่วเหลือง สัปดาห์นี้เฉลี่ยตันละ 300.08 ดอลลาร์สหรัฐฯ (9.12 บาท/กก.) สูงขึ้น จากตันละ 295.38 ดอลลาร์สหรัฐฯ (9.0 บาท/กก.) ในสัปดาห์ที่ผ่านมาร้อยละ 1.59
ราคาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันถั่วเหลืองสัปดาห์นี้เฉลี่ยปอนด์ละ 33.29 เซนต์ (22.29 บาท/กก.) สูงขึ้นจากปอนด์ละ 31.42 เซนต์ (21.11 บาท/กก.) ในสัปดาห์ที่ผ่านมาร้อยละ 5.95

 

 
ยางพารา

ราคายางแผ่นดิบคุณภาพ 3 ตลาดกลางหาดใหญ่ สัปดาห์นี้ 41.75 บาท/กิโลกรัม
1. ราคายางพาราภายในประเทศ
1.1  ราคาที่เกษตรกรขายได้เฉลี่ยทั้งประเทศ 
1) ยางแผ่นดิบคุณภาพที่ 1 ราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 39.93 บาท เพิ่มขึ้นจาก 39.06 บาท ของสัปดาห์ที่ผ่านมา กิโลกรัมละ 0.87 บาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.23 
2) ยางแผ่นดิบคุณภาพที่ 2 ราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 39.43 บาท เพิ่มขึ้นจาก 38.56 บาท ของสัปดาห์ที่ผ่านมา กิโลกรัมละ 0.87 บาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.26
3) ยางแผ่นดิบคุณภาพที่ 3 ราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 38.93 บาท เพิ่มขึ้นจาก 38.13 บาท ของสัปดาห์ที่ผ่านมา กิโลกรัมละ 0.80 บาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.10
4) ยางก้อนคละ ราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 18.96 บาท เพิ่มขึ้นจาก 18.27 บาท ของสัปดาห์ที่ผ่านมา กิโลกรัมละ 0.69 บาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.78
5) เศษยางคละ ราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 17.38 บาท เพิ่มขึ้นจาก 16.65 บาท ของสัปดาห์ที่ผ่านมา กิโลกรัมละ 0.73 บาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.38
6) น้ำยางสดคละ ราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 34.13 บาท ลดลงจาก 34.32 บาท ของสัปดาห์ที่ผ่านมา กิโลกรัมละ 0.19 บาท หรือลดลงร้อยละ 0.55
1.2 ราคาส่งออก เอฟ.โอ.บี. ซื้อขายล่วงหน้าส่งมอบเดือนมกราคม 
ณ ท่าเรือกรุงเทพ
1)  ยางแผ่นรมควันชั้น 1 ราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 50.39 บาท เพิ่มขึ้นจาก 49.53 บาท ของสัปดาห์ที่ผ่านมา กิโลกรัมละ 0.86 บาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.75
2)  ยางแผ่นรมควันชั้น 3 ราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 49.24 บาท เพิ่มขึ้นจาก 48.38 บาท ของสัปดาห์ที่ผ่านมา กิโลกรัมละ 0.86 บาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.79
3) ยางแท่ง (STR20) ราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 45.21 บาท เพิ่มขึ้นจาก 44.61 บาท ของสัปดาห์ที่ผ่านมา กิโลกรัมละ 0.60 บาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.34
4) น้ำยางข้น ราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 33.38 บาท เพิ่มขึ้นจาก 33.35 บาท ของสัปดาห์ที่ผ่านมา กิโลกรัมละ 0.03 บาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.09
ท่าเรือสงขลา 
1)  ยางแผ่นรมควันชั้น 1 ราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 50.14 บาท เพิ่มขึ้นจาก 49.28 บาท ของสัปดาห์ที่ผ่านมา กิโลกรัมละ 0.86 บาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.76
2)  ยางแผ่นรมควันชั้น 3 ราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 48.99 บาท เพิ่มขึ้นจาก 48.13 บาท ของสัปดาห์ที่ผ่านมา กิโลกรัมละ 0.86 บาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.80
3) ยางแท่ง (STR20) ราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 44.96 บาท เพิ่มขึ้นจาก 44.36 บาท ของสัปดาห์ที่ผ่านมา กิโลกรัมละ 0.60 บาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.35
4) น้ำยางข้น ราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 33.13 บาท เพิ่มขึ้นจาก 33.10 บาท ของสัปดาห์ที่ผ่านมา กิโลกรัมละ 0.03 บาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.09
2.  ราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 ในตลาดล่วงหน้าต่างประเทศ  
2.1 ราคาซื้อขายล่วงหน้าตลาดสิงคโปร์ เฉลี่ยกิโลกรัมละ 167.82 เซนต์สหรัฐฯ (50.27 บาท) เพิ่มขึ้นจาก 166.86 เซนต์สหรัฐฯ (50.13 บาท) ของสัปดาห์ที่ผ่านมากิโลกรัมละ 0.96 เซนต์สหรัฐฯ หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.58
2.2 ราคาซื้อขายล่วงหน้าตลาดโตเกียว เฉลี่ยกิโลกรัมละ 175.66 เยน (47.65 บาท) เพิ่มขึ้นจาก 175.40 เยน (48.09 บาท) ของสัปดาห์ที่ผ่านมากิโลกรัมละ 0.26 เยน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.15


 

 
สับปะรด



 

 
ถั่วเขียว

สรุปภาวะการผลิต การตลาด และราคาภายในประเทศ
ราคาที่เกษตรกรขายได้เฉลี่ยทั้งประเทศ
ถั่วเขียวผิวมันเมล็ดใหญ่คละสัปดาห์นี้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 26.13 บาท เพิ่มขึ้นจากราคากิโลกรัมละ 22.74 บาท
ของสัปดาห์ก่อนร้อยละ 14.91
ถั่วเขียวผิวมันเมล็ดเล็กคละ และถั่วเขียวผิวดำคละ สัปดาห์นี้ไม่มีรายงานราคา
ราคาขายส่งในตลาดกรุงเทพฯ
ถั่วเขียวผิวมันเกรดเอ สัปดาห์นี้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 30.00 บาท ทรงตัวเท่ากับสัปดาห์ก่อน
ถั่วเขียวผิวมันเกรดบี สัปดาห์นี้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 27.00 บาท ทรงตัวเท่ากับสัปดาห์ก่อน
ถั่วเขียวผิวดำ ชั้น 1 สัปดาห์นี้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 30.00 บาท ทรงตัวเท่ากับสัปดาห์ก่อน
ถั่วเขียวผิวดำ ชั้น 2 สัปดาห์นี้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 17.00 บาท ทรงตัวเท่ากับสัปดาห์ก่อน
ถั่วนิ้วนางแดง สัปดาห์นี้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 30.00 บาท ทรงตัวเท่ากับสัปดาห์ก่อน
ราคาส่งออก เอฟ.โอ.บี        
ถั่วเขียวผิวมันเกรดเอ สัปดาห์นี้เฉลี่ยตันละ 1,034.40 ดอลลาร์สหรัฐ (30.98 บาท/กิโลกรัม) เพิ่มขึ้นจาก
ตันละ 1,030.75 ดอลลาร์สหรัฐ (30.96 บาท/กิโลกรัม) ของสัปดาห์ก่อนร้อยละ 0.35 และเพิ่มขึ้นในรูปเงินบาทกิโลกรัมละ 0.02 บาท
ถั่วเขียวผิวมันเกรดบี สัปดาห์นี้เฉลี่ยตันละ 933.40 ดอลลาร์สหรัฐ (27.96 บาท/กิโลกรัม) เพิ่มขึ้นจาก
ตันละ 930.50 ดอลลาร์สหรัฐ (27.95 บาท/กิโลกรัม) ของสัปดาห์ก่อนร้อยละ 0.31 และเพิ่มขึ้นในรูปเงินบาท
กิโลกรัมละ 0.01 บาท
ถั่วเขียวผิวดำ ชั้น 1 สัปดาห์นี้เฉลี่ยตันละ 1,034.40 ดอลลาร์สหรัฐ (30.98 บาท/กิโลกรัม) เพิ่มขึ้นจาก
ตันละ 1,030.75 ดอลลาร์สหรัฐ (30.96 บาท/กิโลกรัม) ของสัปดาห์ก่อนร้อยละ 0.35 และเพิ่มขึ้นในรูปเงินบาทกิโลกรัมละ 0.02 บาท
ถั่วเขียวผิวดำ ชั้น 2 สัปดาห์นี้เฉลี่ยตันละ 597.60 ดอลลาร์สหรัฐ (17.90 บาท/กิโลกรัม) ลดลงจาก
ตันละ 596.00 ดอลลาร์สหรัฐ (17.90 บาท/กิโลกรัม) ของสัปดาห์ก่อนร้อยละ 0.27 แต่ในรูปเงินบาท
ทรงตัวเท่ากับสัปดาห์ก่อน
ถั่วนิ้วนางแดง สัปดาห์นี้เฉลี่ยตันละ 1,027.60 ดอลลาร์สหรัฐ (30.78 บาท/กิโลกรัม) เพิ่มขึ้นจาก
ตันละ 1,024.25 ดอลลาร์สหรัฐ (30.76 บาท/กิโลกรัม) ของสัปดาห์ก่อนร้อยละ 0.33 และเพิ่มขึ้นในรูปเงินบาทกิโลกรัมละ 002 บาท


 

 
ถั่วลิสง
 
สรุปภาวะการผลิต การตลาด และราคาภายในประเทศ
ความเคลื่อนไหวของราคาประจำสัปดาห์ มีดังนี้
ราคาที่เกษตรกรขายได้เฉลี่ยทั้งประเทศ
ราคาถั่วลิสงทั้งเปลือกแห้ง สัปดาห์นี้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 47.50 บาท ลดลงจากกิโลกรัมละ 48.75 บาท
ของสัปดาห์ก่อนร้อย 2.56
ราคาถั่วลิสงทั้งเปลือกสด สัปดาห์นี้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 32.54 บาท ลดลงจากกิโลกรัมละ 37.91 บาท
ของสัปดาห์ก่อนร้อย 14.17
ราคาขายส่งในตลาดกรุงเทพฯ
ราคาถั่วลิสงกะเทาะเปลือกชนิดคัดพิเศษ สัปดาห์นี้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 58.50 บาท ทรงตัวเท่ากับสัปดาห์ก่อน
ราคาถั่วลิสงกะเทาะเปลือกชนิดคัดธรรมดา สัปดาห์นี้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 52.50 บาท ทรงตัวเท่ากับสัปดาห์ก่อน

 
 

 
ฝ้าย
 
1. สรุปภาวะการผลิต การตลาด และราคาภายในประเทศ
ราคาที่เกษตรกรขายได้
ราคาฝ้ายรวมเมล็ดชนิดคละ สัปดาห์นี้ไม่มีรายงานราคา
ราคาซื้อ-ขายล่วงหน้าตลาดนิวยอร์ก (New York Cotton Futures)
ราคาซื้อ-ขายล่วงหน้า เพื่อส่งมอบเดือนมีนาคม 2563 สัปดาห์นี้เฉลี่ยปอนด์ละ 66.91 เซนต์(กิโลกรัมละ 44.82 บาท) เพิ่มขึ้นจากปอนด์ละ 66.07 เซนต์ (กิโลกรัมละ 44.39 บาท) ของสัปดาห์ก่อนร้อยละ 1.27 และเพิ่มขึ้นในรูปของเงินบาทกิโลกรัมละ 0.43 บาท
 
 

 
ไหม

ราคาเส้นไหมพื้นเมืองเกรด 1 สัปดาห์นี้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 1,757 บาท ทรงตัวเท่ากับสัปดาห์ที่ผ่านมา
ราคาเส้นไหมพื้นเมืองเกรด 2 สัปดาห์นี้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 1,425 บาท ทรงตัวเท่ากับสัปดาห์ที่ผ่านมา
ราคาเส้นไหมพื้นเมืองเกรด 3 สัปดาห์นี้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 783 บาท ทรงตัวเท่ากับสัปดาห์ที่ผ่านมา

 
 


ปศุสัตว์

สุกร
สถานการณ์การผลิต การค้า และราคาในประเทศ  
สัปดาห์นี้ราคาสุกรมีชีวิตที่เกษตรกรขายได้สูงขึ้นเล็กน้อยจากสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากเข้าสู่เทศกาลท่องเที่ยว ส่งผลให้มีความต้องการบริโภคเนื้อสุกรมีมากขึ้นกว่าช่วงที่ผ่านมา แนวโน้มสัปดาห์หน้าคาดว่าราคาและความต้องการบริโภคเนื้อสุกรจะมีมากขึ้น เพราะเข้าสู่เทศกาลเฉลิมฉลองทั้งวันคริสต์มาสและวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
สุกรมีชีวิตพันธุ์ผสมน้ำหนัก 100 กิโลกรัมขึ้นไป ราคาที่เกษตรกรขายได้เฉลี่ยทั้งประเทศ กิโลกรัมละ  61.21 บาท สูงขึ้นจากกิโลกรัมละ 60.72 บาท ของสัปดาห์ที่ผ่านมา ร้อยละ 0.81 โดยแยกเป็นรายภาคดังนี้ ภาคเหนือ กิโลกรัมละ 59.22 บาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กิโลกรัมละ 59.85 บาท ภาคกลาง กิโลกรัมละ 62.87 บาท  และภาคใต้ กิโลกรัมละ 57.59 บาท ส่วนราคาลูกสุกรตามประกาศของบริษัท ซี.พี. ในสัปดาห์นี้  ตัวละ 2,000 บาท (บวกลบ 65 บาท)  สูงขึ้นจากตัวละ 1,900 (บวกลบ 63 บาท) ของสัปดาห์ที่ผ่านมา   ร้อยละ 5.26
ราคาขายส่งในตลาดกรุงเทพฯ
ราคาขายส่งสุกรมีชีวิต ณ แหล่งผลิตภาคกลาง จากกรมการค้าภายใน เฉลี่ยกิโลกรัมละ 66.50 บาท สูงขึ้นจากกิโลกรัมละ 64.50 บาท ของสัปดาห์ที่ผ่านมา ร้อยละ 3.10

 
ไก่เนื้อ
สถานการณ์การผลิต การค้า และราคาในประเทศ
สถานการณ์ตลาดไก่เนื้อสัปดาห์นี้ ราคาไก่เนื้อมีชีวิตที่เกษตรกรขายได้สูงขึ้นจากสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากความต้องการบริโภคไก่เนื้อมีมากขึ้น เพราะเข้าสู่เทศกาลท่องเที่ยว ส่งผลให้ภาวะตลาดไก่เนื้อคึกคักและคล่องตัว  แนวโน้มสัปดาห์หน้าคาดว่าราคาและความต้องการบริโภคจะเพิ่มขึ้น เพราะอยู่ในช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองทั้งคริสต์มาสและวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
ราคาที่เกษตรกรขายได้เฉลี่ยทั้งประเทศ
ราคาไก่เนื้อที่เกษตรกรขายได้เฉลี่ยทั้งประเทศ กิโลกรัมละ 39.34 บาท สูงขึ้นจากกิโลกรัมละ 37.08 บาท ของสัปดาห์ที่ผ่านมา ร้อยละ 6.09   โดยแยกเป็นรายภาคดังนี้ ภาคเหนือ กิโลกรัมละ 35.00 บาท  ภาคกลาง กิโลกรัมละ 37.23 บาท ภาคใต้ กิโลกรัมละ 40.60 บาท  และภาคตะวันออกเฉียงเหนือไม่มีรายงาน ส่วนราคาลูกไก่เนื้อตามประกาศของบริษัท ซี.พี ในสัปดาห์นี้ ตัวละ 15.50 บาท ทรงตัวเท่ากับสัปดาห์ที่ผ่านมา  
ราคาขายส่งในตลาดกรุงเทพฯ
ราคาขายส่งไก่มีชีวิตหน้าโรงฆ่า จากกรมการค้าภายใน เฉลี่ยกิโลกรัมละ 35.50 บาท และราคาขายส่งไก่สดทั้งตัวรวมเครื่องใน เฉลี่ยกิโลกรัมละ 51.00 บาท สูงขึ้นจากกิโลกรัมละ 49.75 บาท ของสัปดาห์ที่ผ่านมา ร้อยละ 2.51

 
ไข่ไก่
สถานการณ์การผลิต การค้า และราคาในประเทศ   
ในสัปดาห์นี้ภาวะตลาดไข่ไก่ ราคาไข่ไก่ที่เกษตรกรขายได้ลดลงเล็กน้อยจากสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากสภาพอากาศเอื้ออำนวยให้แม่ไก่ออกไข่มาก ขณะที่ความต้องการบริโภคไข่ไก่เพิ่มขึ้นไม่มากนัก แนวโน้มสัปดาห์หน้าคาดว่าความต้องการบริโภคและราคาจะสูงขึ้นเล็กน้อย เพราะใกล้เทศกาลเฉลิมฉลองทั้งคริสต์มาสและวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
ราคาที่เกษตรกรขายได้เฉลี่ยทั้งประเทศ
ราคาไข่ไก่ที่เกษตรกรขายได้ เฉลี่ยทั้งประเทศร้อยฟองละ 278 บาท ลดลงจากร้อยฟองละ 281 บาท ของสัปดาห์ที่ผ่านมา  ร้อยละ 1.07 โดยแยกเป็นรายภาคดังนี้ ภาคเหนือ ร้อยฟองละ 308 บาท  ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยฟองละ 273 บาท ภาคกลางร้อยฟองละ 273 บาท  และภาคใต้ไม่มีรายงาน  ส่วนราคาลูกไก่ไข่ตามประกาศของบริษัท ซี.พี. ในสัปดาห์นี้ ตัวละ 28.00 บาท  ทรงตัวเท่ากับสัปดาห์ที่ผ่านมา  
ราคาขายส่งในตลาดกรุงเทพฯ
ราคาขายส่งไข่ไก่ (เฉลี่ยเบอร์ 0-4) ในตลาดกรุงเทพฯจากกรมการค้าภายใน เฉลี่ยร้อยฟองละ 301 บาท ทรงตัวเท่ากับสัปดาห์ที่ผ่านมา  

 

ไข่เป็ด

ราคาที่เกษตรกรขายได้เฉลี่ยทั้งประเทศ
ราคาไข่เป็ดที่เกษตรกรขายได้ เฉลี่ยทั้งประเทศร้อยฟองละ 329 บาท สูงขึ้นจากร้อยฟองละ 324 บาท ของสัปดาห์ที่ผ่านมา ร้อยละ 1.54  โดยแยกเป็นรายภาคดังนี้ ภาคเหนือ ร้อยฟองละ 347 บาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยฟองละ 335 บาท ภาคกลาง ร้อยฟองละ 304 บาท และภาคใต้ร้อยฟองละ 370 บาท
 ราคาขายส่งในตลาดกรุงเทพฯ
ราคาขายส่งไข่เป็ดคละ ณ แหล่งผลิตภาคกลาง จากกรมการค้าภายใน เฉลี่ยร้อยฟองละ 380 บาท ทรงตัวเท่ากับสัปดาห์ที่ผ่านมา

 
โคเนื้อ
ราคาที่เกษตรกรขายได้เฉลี่ยทั้งประเทศ
ราคาโคพันธุ์ลูกผสม (ขนาดกลาง) ที่เกษตรกรขายได้ เฉลี่ยทั้งประเทศกิโลกรัมละ 90.15 บาท ลดลงจากกิโลกรัมละ 90.73 บาท ของสัปดาห์ที่ผ่านมา ร้อยละ 0.64 โดยแยกเป็นรายภาคดังนี้ ภาคเหนือ กิโลกรัมละ 90.23 บาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กิโลกรัมละ 85.97 บาท ภาคกลาง กิโลกรัมละ 89.74 บาท และภาคใต้ กิโลกรัมละ 101.43 บาท

 
กระบือ
ราคาที่เกษตรกรขายได้เฉลี่ยทั้งประเทศ
ราคากระบือ (ขนาดกลาง) ที่เกษตรกรขายได้เฉลี่ยทั้งประเทศกิโลกรัมละ 68.27 บาท ลดลงจากกิโลกรัมละ 69.12 บาท ของสัปดาห์ที่ผ่านมา ร้อยละ 1.23 โดยแยกเป็นรายภาคดังนี้ ภาคเหนือ กิโลกรัมละ 90.23 บาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กิโลกรัมละ 64.03 ภาคกลางและภาคใต้ไม่มีรายงานราคา


 

 

 
ประมง

สถานการณ์การผลิต การตลาดและราคาในประเทศ
1. การผลิต
ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา (ระหว่างวันที่ 13 – 19 ธันวาคม 2562) ไม่มีรายงานปริมาณจากองค์การสะพานปลากรุงเทพฯ
 2. การตลาด
ความเคลื่อนไหวของราคาสัตว์น้ำที่สำคัญประจำสัปดาห์นี้มีดังนี้ คือ
2.1 ปลาดุกบิ๊กอุย (ขนาด 3 - 4 ตัว/กก.) ราคาที่ชาวประมงขายได้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 48.00 บาท ราคาทรงตัวเท่ากับสัปดาห์ที่ผ่านมา
สำหรับราคาประมูลจำหน่ายที่สะพานปลากรุงเทพฯ เฉลี่ยกิโลกรัมละ 70.00 บาท
ราคาทรงตัวเท่ากับสัปดาห์ที่ผ่านมา
2.2 ปลาช่อน (ขนาดกลาง) ราคาที่ชาวประมงขายได้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 87.44 บาท ราคาสูงขึ้นจากกิโลกรัมละ 86.35 บาท ของสัปดาห์ที่ผ่านมา 1.09 บาท
สำหรับราคาประมูลจำหน่ายที่สะพานปลากรุงเทพฯ เฉลี่ยกิโลกรัมละ 130.00 บาท
ราคาทรงตัวเท่ากับสัปดาห์ที่ผ่านมา
2.3 กุ้งกุลาดำ ราคาที่ชาวประมงขายได้ขนาด 60 ตัวต่อกิโลกรัมและราคา ณ ตลาดทะเลไทย จ.สมุทรสาครขนาดกลาง (60 ตัว/กก.) ไม่มีรายงานราคา
2.4 กุ้งขาวแวนนาไม ราคาที่ชาวประมงขายได้ขนาด 70 ตัวต่อกิโลกรัม เฉลี่ยกิโลกรัมละ 150.08 บาท ราคาสูงขึ้นจากกิโลกรัมละ 141.71 บาท ของสัปดาห์ที่ผ่านมา 8.37 บาท
 สำหรับราคา ณ ตลาดทะเลไทย จ.สมุทรสาครขนาด 70 ตัวต่อกิโลกรัม เฉลี่ยกิโลกรัมละ 153.33 บาท ราคาสูงขึ้นจากกิโลกรัมละ 142.50 บาท ของสัปดาห์ที่ผ่านมา 10.83 บาท
2.5 ปลาทู (ขนาดกลาง) ราคาปลาทูสดที่ชาวประมงขายได้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 78.74 บาท ราคา        ลดลงจากกิโลกรัมละ 83.47 บาท ของสัปดาห์ที่ผ่านมา 4.73 บาท
 สำหรับราคาประมูลจำหน่ายที่สะพานปลากรุงเทพฯ เฉลี่ยกิโลกรัมละ 90.00 บาท
ราคาทรงตัวเท่ากับสัปดาห์ที่ผ่านมา
2.6 ปลาหมึกกระดอง (ขนาดกลาง) ราคาปลาหมึกกระดองสดที่ชาวประมงขายได้เฉลี่ย กิโลกรัมละ 182.00 บาท ราคาสูงขึ้นจากกิโลกรัมละ 170.00 บาท ของสัปดาห์ที่ผ่านมา 12.00 บาท
 สำหรับราคาประมูลจำหน่ายที่สะพานปลากรุงเทพฯ เฉลี่ยกิโลกรัมละ 200.00 บาท
ราคาทรงตัวเท่ากับสัปดาห์ที่ผ่านมา
2.7 ปลาเป็ดและปลาป่น ราคาปลาเป็ดที่ชาวประมงขายได้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 7.57 บาท ราคาลดลงจากกิโลกรัมละ 7.62 บาท ของสัปดาห์ที่ผ่านมา 0.05 บาท
 สำหรับราคาขายส่งกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ปลาป่นชนิดโปรตีน 60% ขึ้นไป ราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 30.40 บาท ราคาลดลงจากกิโลกรัมละ 32.00 บาท ของสัปดาห์ที่ผ่านมา 1.60 บาทและปลาป่นชนิดโปรตีนต่ำกว่า 60% ราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 24.40 บาท ราคาลดลงจากกิโลกรัมละ 26.00 บาท ของสัปดาห์ที่ผ่านมา 1.60 บาท